๑. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง — อำนาจกรรมการในการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
๒. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ — สิทธิผู้ถือหุ้นร้องขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่
๓. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๖๑ — มติคณะกรรมการต้องถือเสียงข้างมาก
๔. ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๖๒ — การนัดเรียกประชุมคณะกรรมการ
📌 แนวคำพิพากษา: ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจ คดีหมายเลขดำ พณ.50/2566
ปัญหาที่พบบ่อยในบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นขัดแย้งกัน
ในบริษัทจำกัดที่ผู้ถือหุ้นแต่ละฝ่ายถือหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เช่น ๕๐:๕๐ หรือ ๕๑:๔๙ มักเกิดสถานการณ์ที่ฝ่ายหนึ่งต้องการถอดถอนกรรมการของอีกฝ่ายออก แต่รู้ว่าหากนัดประชุมคณะกรรมการจริงๆ กรรมการฝ่ายตรงข้ามจะโต้แย้งหรืออาจไม่เข้าร่วม จึงเลือกใช้วิธีส่งหนังสือให้กรรมการแต่ละคน "โหวต" ทางเอกสารแทน
คำพิพากษาศาลฎีกา พณ.50/2566 ตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนว่า วิธีดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้กระบวนการทั้งหมดที่ตามมาเป็นโมฆะ
ข้อเท็จจริงในคดี
บริษัท จ. มีกรรมการ ๓ คน ผู้ร้องถือหุ้น ๒๕,๐๐๐ หุ้น ผู้คัดค้านที่ ๑ ถือ ๒๔,๙๙๙ หุ้น และผู้คัดค้านที่ ๒ ถือ ๑ หุ้น จากหุ้นทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ หุ้น แทนที่จะนัดประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติเรียกประชุมวิสามัญ ผู้คัดค้านที่ ๑ เลือกส่งหนังสือลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ ให้กรรมการแต่ละคนทำเครื่องหมาย "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" แล้วส่งกลับภายใน ๗ วัน โดยจะนำผลมาสรุปในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓
ผู้ร้องรับหนังสือแต่ไม่ตอบกลับ ผู้คัดค้านทั้งสองจึงสรุปว่ามีมติเสียงข้างมาก ๒ ใน ๓ เรียกประชุมวิสามัญ และต่อมามีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ซึ่งมีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากการเป็นกรรมการบริษัท
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| ๑๕ ม.ค. ๒๕๖๓ | ส่งหนังสือให้กรรมการทำเครื่องหมายโหวต กำหนดส่งคืน ๒๒ ม.ค. |
| ๒๓ ม.ค. ๒๕๖๓ | สรุป "มติเสียงข้างมาก" ให้เรียกประชุมวิสามัญ — โดยไม่มีการประชุมจริง |
| ๑๖ ก.พ. ๒๕๖๓ | ประชุมวิสามัญ — มีมติถอดถอนผู้ร้องออกจากกรรมการ |
| ศาลฎีกา | พิพากษายืน: เพิกถอนการประชุมวิสามัญและมติทั้งหมด |
หลักกฎหมายที่ศาลฎีกาวางไว้
ศาลฎีกาเริ่มต้นจากตัวบทมาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า
"กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร"
— ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง
ศาลวินิจฉัยว่าคำว่า "กรรมการ" ในมาตรานี้หมายถึง คณะกรรมการ ทั้งคณะ ไม่ใช่กรรมการเพียงคนเดียว และเพื่อให้ "คณะกรรมการ" มีมติเรียกประชุมวิสามัญได้ ต้องดำเนินการตามลำดับดังนี้
| ขั้น | สิ่งที่ต้องทำ | กฎหมายอ้างอิง |
|---|---|---|
| ๑ | กรรมการคนใดคนหนึ่ง นัดเรียกประชุมคณะกรรมการ โดยระบุวาระให้ชัดเจน | มาตรา ๑๑๖๒ |
| ๒ | กรรมการประชุมปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการเรียกประชุมวิสามัญ | มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง |
| ๓ | ลงมติด้วยเสียงข้างมากของคณะกรรมการ | มาตรา ๑๑๖๑ |
| ๔ | จึงจะนัดเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้ | มาตรา ๑๑๗๒ |
หัวใจของหลักนี้คือ แม้กฎหมายไม่ได้กำหนด รูปแบบ ของการประชุมคณะกรรมการ แต่ "การประชุม" ต้องหมายความว่ากรรมการ ต้องร่วมกันปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก่อนลงมติ การส่งหนังสือให้โหวตรายบุคคลโดยไม่มีการถกเถียงร่วมกันจึงไม่ตรงกับความหมายของ "การประชุม" ตามกฎหมาย
วรรคทองจากคำพิพากษาศาลฎีกา พณ.50/2566
ด้านล่างนี้คือถ้อยคำที่ศาลฎีกาวินิจฉัยไว้จริงในคำพิพากษา ซึ่งนำไปใช้อ้างอิงในทางกฎหมายได้โดยตรง
"เป็นกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องร่วมกันในการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมก่อนลงมติว่าจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไม่"
"กรณีจึงมิใช่เป็นการนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้มีการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ทั้งไม่มีการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการในเรื่องดังกล่าว เช่นนี้ แม้ผู้ร้องจะได้รับหนังสือแจ้งให้ลงมติเพื่อเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น [...] ก็ไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการนัดเรียกประชุม การประชุม และการลงมติของคณะกรรมการให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยชอบ"
"ประกาศกำหนดวันนัดดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการวันนัดประชุมคณะกรรมการเท่านั้น เพราะยังอาจมีการเลื่อนหรืองดประชุมได้ ทั้งเป็นการประชุมเกี่ยวกับการบริหารงานทั่ว ๆ ไปของบริษัท ไม่อาจหมายความรวมถึงการประชุมคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง"
"เมื่อมติคณะกรรมการเสียงข้างมากที่ให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทแล้ว ย่อมทำให้การนัดเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ ตลอดจนการประชุมและการลงมติที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นการไม่ชอบด้วยเช่นกัน กรณีจึงมีเหตุให้เพิกถอนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น"
ผลทางกฎหมาย: ความไม่ชอบ "ลุกลาม" ต่อเนื่อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อมติคณะกรรมการต้นทางไม่ชอบ ความไม่ชอบนั้นส่งผลลุกลามไปตลอดทั้งกระบวนการ ดังแสดงในแผนภาพด้านล่าง
มติคณะกรรมการไม่ชอบ → การนัดประชุมวิสามัญไม่ชอบ → การประชุมวิสามัญไม่ชอบ → มติถอดถอนกรรมการถูกเพิกถอน
นำไปใช้เป็นบรรทัดฐาน: ใช้ฎีกานี้ได้ในสถานการณ์ใดบ้าง
คำพิพากษาฎีกา พณ.50/2566 สามารถนำไปอ้างอิงเป็นบรรทัดฐาน (Precedent) ได้ในสถานการณ์ต่อไปนี้
| สถานการณ์ | วิธีใช้ฎีกานี้ |
|---|---|
| ถูกส่งหนังสือให้โหวตเรียกประชุมวิสามัญโดยไม่มีการนัดประชุมกรรมการจริง | อ้างว่ากระบวนการไม่ชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ และฎีกานี้ เพื่อคัดค้านก่อนประชุมหรือร้องเพิกถอนหลังประชุม |
| ต้องการยื่นคำร้องขอเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ | ยกฎีกานี้ประกอบคำร้องเพื่อแสดงว่ามีแนวบรรทัดฐานที่ศาลเคยเพิกถอนในกรณีลักษณะเดียวกัน |
| ฝ่ายตรงข้ามอ้างว่า "มีการประชุมประจำเดือนอยู่แล้ว" จึงถือว่ามีการประชุมกรรมการโดยชอบ | อ้างฎีกานี้ว่า การประชุมทั่วไปเพื่อบริหารงานไม่สามารถถือเป็นการประชุมเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญตามมาตรา ๑๑๗๒ ได้ |
| ต้องการวางขั้นตอนการเรียกประชุมวิสามัญให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น | ใช้ฎีกานี้เป็นแนวทางตรวจสอบว่าขั้นตอนของตนเองครบถ้วนตามที่ศาลกำหนดหรือไม่ |
วิธีอ้างอิงคำพิพากษานี้ในทางกฎหมาย
เมื่อนำคำพิพากษานี้ไปใช้อ้างอิงในหนังสือทางกฎหมาย คำคัดค้าน หรือคำร้อง ควรระบุดังนี้
หมายเลขคดีดำ พณ.50/2566
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้จากคำพิพากษา (Ratio Decidendi): "การที่คณะกรรมการจะมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ วรรคหนึ่ง กรรมการของบริษัทต้องร่วมกันในการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับเรื่องที่จะประชุมก่อนลงมติ การส่งหนังสือให้กรรมการลงมติโดยไม่มีการนัดเรียกประชุมและปรึกษาหารือร่วมกัน ไม่ถือเป็นการประชุมและการลงมติของคณะกรรมการโดยชอบ"
กรณีกรรมการฝ่ายหนึ่งไม่ยอมเข้าประชุม: ทำอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยคือ ถ้านัดประชุมคณะกรรมการแล้ว แต่กรรมการอีกฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วม จะลงมติได้หรือไม่? คำตอบคือ ทำได้ หากปฏิบัติตามขั้นตอนครบถ้วน กล่าวคือ ต้องส่งหนังสือนัดประชุมคณะกรรมการโดยชอบก่อน ต้องรอให้ครบกำหนดเวลา และหากกรรมการฝ่ายหนึ่ง ได้รับหนังสือนัดแล้วแต่เลือกไม่มา กรรมการที่เหลือซึ่งมีเสียงข้างมากสามารถประชุมและลงมติได้ตามกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องมีกรรมการครบทุกคน
ข้อแตกต่างสำคัญจากคดีนี้คือ ในกรณีที่กรรมการ "ไม่เข้าประชุม" — ยังมีการ "นัดประชุม" จริงๆ เกิดขึ้น แต่ในคดี พณ.50/2566 — ไม่มีการ "นัดประชุม" จริงๆ เลย จึงเป็นคนละกรณีกัน
สิทธิร้องเพิกถอนตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕: กำหนดเวลาที่ต้องระวัง
ผู้ถือหุ้นที่ได้รับความเสียหายจากมติที่ประชุมซึ่งมีกระบวนการไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ โดยต้องยื่นคำร้องภายใน ๑ เดือนนับแต่วันที่มีการประชุม หรือนับแต่วันที่ตนได้รับทราบมติในกรณีที่ไม่ได้รับแจ้งนัดประชุม
หากไม่ยื่นคำร้องภายในกำหนด มติที่ไม่ชอบอาจกลายเป็นผลผูกพันทางกฎหมายได้ — ควรปรึกษาทนายความทันทีเมื่อทราบว่ามีการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อไรควรขอคำปรึกษา
- ได้รับหนังสือให้โหวตเรียกประชุมวิสามัญโดยไม่มีการนัดประชุมกรรมการจริง
- มีการประชุมวิสามัญและมีมติกระทบสิทธิของคุณในบริษัท
- ต้องการเรียกประชุมวิสามัญอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อป้องกันการถูกเพิกถอนในภายหลัง
- มีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทของคุณ
เอกสยาม ชัยศร ที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายองค์กรธุรกิจและประสบการณ์จากการบริหารองค์กรธุรกิจจริง พร้อมให้คำปรึกษาทั้งในแง่การวางขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนดำเนินการ และการปกป้องสิทธิของผู้ถือหุ้นเมื่อเกิดข้อพิพาท
มีข้อพิพาทเรื่องการประชุมผู้ถือหุ้นหรือมติบริษัท?
ที่ปรึกษากฎหมายของเรามีความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและประสบการณ์บริหารธุรกิจจริง — พร้อมช่วยปกป้องสิทธิและวางกลยุทธ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ขอรับคำปรึกษา- "กรรมการ" ใน ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๗๒ = คณะกรรมการ ต้องลงมติร่วมกัน ไม่ใช่คนเดียว
- ก่อนเรียกประชุมวิสามัญ ต้องมีการ นัดประชุม + ปรึกษาหารือ + ลงมติ ของคณะกรรมการก่อน
- การส่งหนังสือโหวตรายบุคคลโดยไม่มีการประชุมจริง = ไม่ชอบ ตามฎีกา พณ.50/2566
- การประชุมประจำเดือน ≠ การประชุมเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญโดยเฉพาะ
- มติไม่ชอบ "ลุกลาม" ทำให้ทุกขั้นตอนที่ตามมาถูกเพิกถอน
- ต้องร้องเพิกถอนมติตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๑๙๕ ภายใน ๑ เดือน